• Slide Image 1 Title | Welcome to D5 Smartia Theme, Visit D5 Creation for Details

  • Slide Image 2 Title | Welcome to D5 Smartia Theme, Visit D5 Creation for Details

October, 2017

now browsing by month

 
Posted by: | Posted on: October 6, 2017

ถึงคนบนฟ้า! ‘สุพจน์’ ภูมิใจประเดิมช้างศึกแม้บาดเจ็บ

   ‘สุพจน์ จดจำ’ เปิดใจหลังประเดิมสนามนัดแรกให้ทีมชาติไทยแม้ตัวเองบาดเจ็บ ในเกมกระชับมิตรกับ เมียนมา
ยืนยันไม่เสียใจ พร้อมหวังว่าคุณแม่ที่ล่วงลับ จะภูมิใจกับตนเองด้วยในวันนี้

กองหน้าป้ายแดง วัย 27 ปี ถูกส่งลงสนามในนามทีมชาติเกมแรก ในนาทีที่ 60 แต่ได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 74 ก่อนที่ทัพช้างศึกจะเอาชนะ เมียนมา ไปได้ 3-1

   โดยหัวหอกจากเมืองหมอแคนกล่าวหลังเกมส์ว่า “เป็นบรรยากาศที่ดี ทั้งรูปแบบการเล่นและผลการแข่งขันของทีมเรา เพื่อนร่วมทีมทุกคนพยายามพิสูจน์ตัวเองเค้นฟอร์มกันออกมาอย่างเต็มที่ และเรามีเกมรุกที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”

   ลงสนามแล้วเกิดอาการบาดเจ็บ “ไม่เสียดายนะครับ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆแม้ผมจะได้ลงสนามเพียงแค่สิบนาที แต่มันก็มีค่ามากสำหรับผม และผลการแข่งขันเป็นไปในทางที่ดีด้วย ส่วนเรื่องอาการบาดเจ็บน่าจะเกิดตอนที่สปรินท์แซงคู่แข่ง ต้องรอดูอาการอีกที”

   เกมกับเคนย่าน่าจะหายไม่ทัน “ถึงตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกภูมิใจกับโอกาสที่ได้รับ ซึ่งผมก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะได้รับมัน เพราะผมเพิ่งเข้ามาทำงานกับทีมได้แค่สองวัน ถ้าในมุมมองโค้ช นักเตะที่พึ่งเข้ามาแค่สองวันคงไม่เสี่ยงที่จะส่งลงสนามแน่ๆ แต่โค้ชก็ยอมเสี่ยงเพื่อให้โอกาส ก็ต้องขอขอบคุณเขาที่ให้โอกาสผมครับ”

   อยากจะบอกอะไรถึงคุณแม่ที่เสียไปตั้งแต่เด็ก “อยากให้ท่านมีความสุขและภูมิใจ ตอนนั้นผมเริ่มเตะบอลในช่วงที่แม่เสียด้วย ส่วนพ่อตอนนี้ก็ไปอยู่กับทางฝั่งย่าก็มีความลำบากในเรื่องที่พักอาศัยไม่รู้ว่าจะได้ดูหรือเปล่า แต่ถ้าท่านได้ดูก็หวังว่าน่าจะภูมิใจกับการที่เราติดทีมชาติ ตอนแรกที่ท่านรู้ท่านก็ดีใจ เพราะเขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าเราจะมาอยู่ตรงจุดนี้ได้”

   สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนบอลชาวไทย “ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ผมและเพื่อนร่วมทีมทุกคน ส่วนตัวผมรับรู้ถึงกำลังใจที่ทุกคนส่งมา เป็นแรงผลักดันที่ดีสำหรับตัวผมผมอยากลงไปวิ่งเพื่อทุกคน ขอบคุณที่ให้กำลังใจทีมชาติไทยครับ”

   โปรแกรมต่อไปของ ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติเคนย่า ที่เอสซีจี สเตเดี้ยม ในเกมกระชับมิตร วันที่ 8 ตุลาคม 2560


Posted by: | Posted on: October 3, 2017

7 ท่าดีใจสุดเท่ ของเหล่าสตาร์ดังยุคปัจจุบัน !!

ในวงการฟุตบอล นอกจากการทำประตูที่สุดเร้าใจแล้ว ท่าดีใจหลังพังประตูได้นั้น ยังสามารถสร้างสีสันและบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของนักเตะเหล่านั้นได้อีกด้วย

เราจึงได้จัดอันดับ “ท่าดีใจ” ของเหล่านักเตะดาวดังมาให้ผู้อ่านได้ติดตาม

เริ่มต้นอันดับที่ 7 อังเคล ดิมาเรีย
    ดาวเตะจอมลากเลื้อยชาวอาร์เจนไตน์ ที่มีท่าดีใจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ การเอามือสองข้างมาประกบกันเป็นรูปหัวใจ แล้ววิ่งไปดีใจกับแฟนบอล ซึ่งนอกจาก ดิ มาเรีย แล้วก็มี แกเร็ธ เบล อีกคนที่ใช้ท่าดีใจนี้ด้วย


อันดับ 6 คีลิยัน เอ็มบัปเป้    วันเดอร์คิดส์จากเมืองน้ำหอมที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดเวลานี้ มีท่าดีใจที่ง่ายแต่แฝงไปด้วยความทะเล้น คือ ยืนกอดอกแล้วเก็กหล่อ เป็นท่าดีใจที่เรียบๆแต่ก็น่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน โดยเจ้าตัวเผยว่าได้ไอเดียมาจากน้องชายของเขา ขณะที่เล่นเกมส์เพลย์สเตชั่น


อันดับ 5 เปาโล ดิบาลา
    ดาวเตะจากแดนฟ้าขาวอีกคน ที่นอกจากจะมีฟอร์มการยิงประตูที่ร้อนแรงแล้ว ท่าดีใจของเจ้าตัวเองก็ร้อนแรงไม่แพ้กันโดยท่าฉลองประตูนั้นเรียกว่า’Dybalamask’ซึ่งเป็นการเลียนแบบหน้ากากนักรบจากภาพยนตร์รางวัลออสการ์เรื่อง ‘Gladiator’


อันดับ 4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้
    ปีกจอมสังหารประตูจาก ราชันชุดขาว ที่นอกจากจะยิงประตูเป็นกอบเป็นกำแล้ว เจ้าตัวยังมีท่าดีใจที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง หลังจากที่ยิงประตูได้โรนัลโด้จะวิ่งด้วยความเร็วไปยังมุมธง กระโดดหมุนตัว กางแขนทั้ง 2 ข้าง ออกประมาณ 45 องศา แล้วสับลงมาข้างลำตัวพร้อมตะโกนออกมาด้วยความสะใจ


อันดับ 3 พอล ป็อกบา
    ห้องเครื่องจอมตัด(ผม)จากปีศาจแดง นอกจากฝีเท้าและเทคนิคฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมแล้ว กองกลางค่าตัวสถิติโลกยังมีท่าดีใจ ที่ไม่ว่าใครๆเห็น ก็อดไม่ได้ที่จะทำตามนั่นคือท่า “แด๊บ (Dab Craze)”


อันดับ 2 อองตวน กรีซมันน์
    หัวหอกร่างเล็กจอมถล่มประตูจากทีม ตราหมี ที่ไม่ได้มีดีแค่ลีลาการจบสกอร์ เพราะท่าดีใจของดาวเตะคนนี้ก็แรงไม่แพ้กัน หลังจากที่ยิงประตูได้ เจ้าตัวจะเต้นเหมือนในมิวสิกวิดีโอเพลง “Hotline Bling” ของ Drake แรพเปอร์ชาวแคนาดา


และอันดับที่ 1 ตกเป็นของ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์
    ดาวยิงกระดูกยุงจากเมืองผู้ดี ที่นานๆจะได้เห็นเจ้าตัวลงสนามสักทีเนื่องจากอาการบาดเจ็บรบกวน แต่เมื่อดาวยิงคนนี้ลงสนาม เค้าก็ไม่เคยทำให้แฟนเดอะค็อปผิดหวัง ซึ่งท่าดีใจฉลองประตูของ สเตอร์ริดจ์ นั้นไม่แน่ใจว่ามีชื่อแบบทางการว่าอย่างไร แต่ประเทศไทยเรียกท่านี้ว่า “เต้ยโศก” ที่เห็นได้ทั่วไปตามเวทีหมอลำและเมื่อเจ้าตัวทำท่านี้เมื่อไหร่ เรียกได้ว่าเรียกเสียงหัวเราะจากแฟนบอลได้มากทีเดียว

และนี่ก็คือ 7 อันดับท่าดีใจฉลองประตูสุดเท่ ของเหล่าสตาร์ลูกหนังในยุคปัจจุบัน


 

Posted by: | Posted on: October 3, 2017

เลือกสตั๊ดยังไง ให้ตรงสายของคุณ !!

    การศึกษาข้อมูลรองเท้าฟุตบอลก่อนการเลือกซื้อนั้นถือเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากปัจจุบันมีรองเท้าฟุตบอลหลายรุ่น ให้เราได้เลือกซื้อจำนวนมาก การแบ่งประเภทจะช่วยให้เราเลือกซื้อรองเท้าที่เหมาะสมกับลักษณะการเล่นของเราได้

โดยจะแบ่งออกเป็น “5 ประเภทหลักๆ” ได้แก่

1.Attrack รองเท้าสายพลัง เน้นการยิงบอลและบุกโจมตีเป็นหลัก ลักษณะเด่นคือ จะมีเทคโนโลยีเสริมความแรงในการยิงบอล มีแถบยางหรือลิ้นรองเท้าช่วยเพิ่มแรงปะทะระหว่างหลังเท้าและบอล
ตำแหน่งที่ควรใช้ : กองหน้า,กองกลางตัวรุก,ปีกตัวรุก,ผู้รักษาประตู


2.Speed รองเท้าสายความเร็ว เน้นความกระชับคล่องตัว เร่งความเร็วต้นได้ดี เหมาะกับการกระชากลากเลื้อย ลักษณะเด่นคือ น้ำหนักเบา มีเทคโนโลยีช่วยเสริมความเร็วให้กับผู้สวมใส่ พื้นรองเท้างอได้มากกว่าปกติ
ตำแหน่งที่ควรใช้ : กองหน้า,ปีกตัวรุก,แบ็คซ้าย-ขวา


3.Control รองเท้าสายควบคุมเกม สร้างความแตกต่างให้กับเกม ครองบอลและผ่านบอลอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็นหัวใจสำคัญของเกม ลักษณะเด่นคือ มีเทคโนโลยีแถบยางรับ-ส่งบอล และผิวสัมผัสที่ช่วยในการเลี้ยงบอล
ตำแหน่งที่ควรใช้ : กองกลางตัวรุก-รับ,กองหลัง.ผู้รักษาประตู


4.Classic รองเท้าสายคลาสสิคหรือรุ่นพิมพ์นิยม เป็นรองเท้าที่เริ่มผลิตตั้งแต่ปลายยุค 70 ลักษณะเด่นคือ ความนุ่มสบายเท้าเมื่อสวมใส่ รองเท้าสายนี้มักจะผลิตจากวัสดุที่เป็นหนังแท้ แข็งแรง พิถีพิถันในการผลิต รูปทรงสวยงาม
ตำแหน่งที่ควรใช้ : ทุกตำแหน่ง


5.Touch รองเท้าสายเชื่อมต่อเกม การแตะและจับบอลเพื่อเปลี่ยนจากรับเป็นรุกหรือทำลายเกมคู่ต่อสู้ ลักษณะเด่นคือ จะมีเทคโนโลียีที่ช่วยในการสัมผัสหรือจับบอลแรกได้ดี หนังและการตัดเย็บรองรับการสัมผัสบอลในทุกลักษณะ
ตำแหน่งที่ควรใช้ : ทุกตำแหน่ง


Posted by: | Posted on: October 3, 2017

รอยสัก’บุคคล’ผู้เป็นทุกอย่างในชีวิต’กาเบรียล เฆซุส’

กาเบรียลและเวร่า

ดาวยิงวัย 20 ปี กล่าวว่าในชีวิตมี 2 คนที่เขารัก

คือ ‘พระเจ้า’ และ ‘เวร่า ลูเซีย เดนิซ เด เฆซุส’ มารดาของเขา

โดยฤดูกาลนี้ ‘กาเบรียล’ ยิงไปแล้ว 4 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 6 นัด ถือเป็นการออกสตาร์ทที่ดีเยี่ยมของเขาและทีมเรือใบสีฟ้าเลยทีเดียว

ทั้งนี้ ‘เวร่า’ เลี้ยงลูก 4 คน เพียงลำพังในย่านที่ยากจนในกรุงเซาเปาโล เธอดูแลทุกเรื่องในชีวิตของลูกชาย ตั้งแต่อาหารการกิน,เดินทางไปไหนมาไหน,ตลอดจนเรื่องแฟนสาว

รอยสักที่แขนกาเบรียล

โดย ‘เวร่า’ ยังมีกฏเหล็กห้ามดาวยิงวัย 20 ปี จูบกับแฟนสาว ซึ่งเธอได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ฉันจะไม่ยอมให้ลูกชายไม่ให้ความเคารพลูกสาวของคนอื่น ไม่มีลูกชายคนไหนของฉันทำลูกสาวคนอื่นท้อง”

นอกจากรอยสักหน้าของ ‘เวร่า’ แล้ว กาเบรียลยังมีอีกรอยสักที่สักว่า “ทุกย่างก้าวของผม ทุกเส้นทางที่ผมเดิน ทุกทางที่ผมเลือก มือของคุณจะนำทางผม เวร่า ลูเซีย”

เจ้าตัวเผยว่า “ผมสักโดยไม่ได้บอกเธอก่อนล่วงหน้า เมื่อตอนที่ผมกลับบ้าน เธอนิ่งเมื่อเห็นมัน เธอดูจะชอบมันมากกว่าผมซะอีก”